Tag Archives: Flaxseed oil

น้ำมันลินสีด(Linseed oil or Flaxseed oil)?

น้ำมันลินสีด(Linseed oil or Flaxseed oil)

   ลินสีด จัดเป็นพืชน้ำมันที่สำคัญทางเศรษฐกิจของโลกพืชหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Linum usitatissimum ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปของน้ำมันที่สกัดมาจากส่วนของเมล็ด และเส้นใบที่ได้จากส่วนของลำต้น ในประเทศไทย รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของพืชนี้ และส่งเสริมให้มีการปลูกทั้งในที่สูงบนที่ราบเชิงเขา และในที่ราบ พืชชนิดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามความต้องการและการนำไปใช้ประโยชน์ คือ
1. ลินสีด (linseed) ในกรณีที่ปลูกเพื่อนำเมล็ดไปใช้ในอุตสาหกรรมสกัดน้ำมัน โดยน้ำมันที่ได้มีลักษณะพิเศษ คือแห้งเร็ว ที่เรียกทั่วๆ ไป ว่าน้ำมันชักแห้ง (drying oil) จึงเหมาะที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำสี น้ำมันชักเงา น้ำยาเคลือบไม้ หมึกพิมพ์ ผ้าพลาสติก น้ำยาฟอกหนัง จารบี (grease) และสารหล่อลื่น (lubricants) เช่น ผสมกับน้ำมันสน น้ำมันตะกั่วดำ และในอุตสาหกรรมทำพรมน้ำมัน (linolium)
2. ลินิน (flaxseed) ในกรณีที่ใช้ประโยชน์จากเส้นใยจากส่วนของลำต้น
นอกจากนี้แล้ว กาก (meal) ที่ได้หลังจากการสกัดน้ำมันจากเมล็ดลินสีด ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงและเหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะวัวที่ชอบบริโภคเป็นอย่างมาก โดยกากที่ได้มีปริมาณโปรตีนสูงถึง 24-36% และสามารถย่อยได้ถึง 85% นอกจากนี้กากที่ได้ยังสามารถใช้เลี้ยงสัตว์พวกที่ให้น้ำนมและให้เนื้อ รวมทั้งยังใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีปริมาณของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และพอแตสเซียมประมาณ 5, 1.4 และ 1.8% ตามลำดับ
        ลินสีด เป็นพืชที่ปรับตัวได้ดีในเขตอบอุ่น (warm) และเขตหนาว (cool temperate climates) นอกจากสามารถปลูกและใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปของน้ำมันและเส้นใยดังกล่าวข้างต้น ยังใช้สกัดสารเคมีในการทำกายภาพบำบัด (therapeutics) เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (laxative properties) โดยเฉพาะมีสารประกอบ mucilaginous carbohydrates ที่เรียกกันในชื่อ pentosans ที่พบในส่วนของเยื่อหุ้มเมล็ด
ความต้องการลินสีดในแง่เป็นแหล่งของ drying oil กลับมีเพิ่มขึ้น และจากการที่เป็นพืชที่มีคุณสมบัติ 2 อย่างในตัว (dual purpose) จึงยังคงเป็นพืชสำคัญอยู่ตลอดมา
เส้นใยลินิน (flax fiber) ที่ได้จากลินิน ปัจจุบันมีปลูกในหลายๆ ส่วนทั่วโลก ทั้งในแง่การใช้ stem fiber และ seed oil ทั้งนี้ขึ้นกับพันธุ์ที่ใช้
เมล็ดลินสีด มีปริมาณน้ำมันประมาณ 35-45% ซึ่งจัดเป็นพืชน้ำมันหลักที่มีปริมาณกรดไขมัน linolenic zcid (C18:3) สูงถึงประมาณ 40-65% และมีคุณสมบัติว่องไวต่อการเกิด autooxidation ซึ่งเป็นผลให้น้ำมันลินสีดมีคุณสมบัติแห้งเร็ว เหมาะที่จะใช้ในอุตสาหกรรมการทำสีย้อม (paints) และสีเคลือบเงา (varnish) น้ำมันลินสีดดิบ (raw and cold-processed oil) อาจถูกใช้ในแง่โภชนาการได้เช่นกัน กล่าวคือ ในอินเดีย ประมาณ 35-40% ของน้ำมันลินสีดถูกใช้เพื่อการปรุงอาหารเป็น cooking oil เพราะมีส่วนประกอบทางเคมีที่สำคัญของน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน้ำมันลินสีดมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว linolenic (C18:3) ในปริมาณมาก ทำให้เกิดการเหมนหืน (rancidity) ได้ง่าย และมีอายุเก็บรักษาสั้น (short shelf-life) ทั้งการผลิตในเชิงการค้ามีน้อยเมื่อเทียบกับพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ น้ำมันลินสีดจึงถูกใช้ในแง่บริโภคน้อยมาก และได้มีความพยายามอย่างมากที่จะลดปริมาณของกรด linolenic acid ลง ซึ่งจะช่วยให้น้ำมันมีคุณภาพในการบริโภคดีขึ้นได้ ปัจจุบันมีพันธุ์ที่
เรียกว่า “Linola” แต่การใช้ประโยชน์เป็นน้ำมันเ พื่อบริโภคในตลาดการค้าโลกยังเป็นปัญหาอยู่ เนื่องจากน้ำมันลินสีดต้องแข่งขันกับ น้ำมันทานตะวันและคำฝอย ซึ่งมีองค์ประกอบของกรดไขมันใกล้เคียงกับของ Linola มาก
         ปริมาณโปรตีนในเมล็ดลินสีด อยู่ในช่วง 20-24% หลังสกัดน้ำมันจะได้กาก (meal) ที่ประกอบด้วยโปรตีนเข้มข้นที่เหมาะในการใช้เป็นอาหารสัตว์ อย่างไรก็ตามกากจะต้องผ่านกระบวนการขจัดเอาเมือก (mucilage) และ สารพิษ inactive toxic constituents เช่น เอ็นไซม์ linamarase ซึ่งจะไปไฮโดรไลซ์สารประกอบพวก cyanogenic glucoside linamarin เกิดเป็นสารพิษพวก hydrocyanic acid (HCN) หรือกรด prussic acid กระนั้นก็ตาม คุณภาพและโปรตีนในกากลินสีดเมื่อเทียบกับของพืชอื่นๆ จัดว่ามีคุณภาพที่ด้อยกว่าเพราะมีปริมาณของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะ lysine น้อย

ประโยชน์ของ Flaxseed Oil

Flaxseed oil ได้มาจากเมล็ดของต้นปอป่าน ซึ่งเต็มไปด้วยกรดแอลฟา-ไลโนลีนิก หรือเอแอลเอ (alpha-linolenic acid (ALA)) ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 โดยเอแอลเอจะพบมากใน flaxseed oil และน้ำมันที่ได้จากพืชชนิดต่างๆ

ในสภาวะปกติจะมีสมดุลที่เหมาะสมระหว่างโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ในอาหาร เนื่องจากทั้งสองสารจะทำงานไปด้วยกันเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ปกติ โดยกรดไขมันโอเมก้า-3 จะมีหน้าที่หนักคือช่วยลดอาการอักเสบ และกรดไขมันโอเมก้า-6 จะทำให้เกิดการอักเสบ หากมีความไม่สมดุลระหว่างกรดไขมันจำเป็นทั้ง 2 ชนิด จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ขึ้นมา

นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้า-3 ยังสามารถยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ช่วยขยายหลอดเลือด และ ลดการทำลายเซลล์จากการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ จึงมีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย โดยเฉพาะต่อระบบเลือด เช่น ลดการเกิดโรคหัวใจกำเริบ ลดการอุดตันในหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ลดการเกิดข้ออักเสบ หอบหืด ภูมิแพ้ได้ และ flaxseed ยังอุดมไปด้วยสารที่มีชื่อว่า ลิกแนน (lignans) ซึ่งมีมากกว่าพืชชนิดอื่นถึง 75 เท่า โดยลิกแนนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย เช่น คุณสมบัติในการต้านมะเร็ง โดยได้มีการทดสอบในสัตว์ทดลองที่เป็นเนื้องอกในเต้านม ซึ่งกิน flaxseed พบว่าภายใน 7 สัปดาห์ เนื้องอกได้ฝ่อลง

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ flaxseed คือ อุดมไปด้วยกากใยอาหาร (fiber) ซึ่งช่วยขจัดสารพิษต่างๆ ที่อยู่ภายในลำไส้ และทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ซึ่งส่วนที่เป็นกากใยอาหารนี้ จะพบในเมล็ด flaxseed แต่ไม่พบใน flaxseed oil ชนิดแคปซูลที่ขายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและปฏิกิริยากับยาได้หลายชนิด ดังนั้นการตัดสินใจเลือกใช้ ควรได้รับข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์ที่พิจารณาร่วมกับโรคประจำตัวที่ผู้ป่วยเป็น และยา สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นที่ผู้ป่วยใช้อยู่เป็นประจำด้วย